คุณกำลังอ่าน ...
The Classification ชวนชม... ชนชั้นวรรณกรรม  

The Classification

 ชวนชม... ชนชั้นวรรณกรรม

....................................................................

วรรณกรรมมีหลายรูปแบบ หลายวิธีการสื่อสาร และถูกคัดกรองแบ่งแยกได้เป็นจำนวนมากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับผู้อ่านว่าอยากได้แนวเรื่องแบบไหน มีจุดประสงค์ต้องการสิ่งใด และคุ้มค่าพอหรือไม่ที่จะหยิบวรรณกรรมชิ้นนี้มาไว้ในมือและจ่ายสิ่งแลกเปลี่ยนที่เพียงพอต่อความคุ้มค่านั้น ... แน่นอน วรรณกรรมถูกแบ่งโดยมนุษย์ด้วยหลากหลายวิธีการ ตามความคิด ความพอใจของคนที่จะแบ่ง แต่ว่า เกณฑ์แบบนี้จะใช้ได้กับทุกสิ่งในโลกอย่างนั้นหรือ ?

 

วรรณกรรม ถ้าเอาความหมายโดยทั่วไปที่ใช้กันก็คงจะหมายถึงงานที่มีตัวอักษรเป็นสื่อเล่าเรื่องราวต่าง ๆ อาจจะรวมถึงสิ่งที่พวกคุณกำลังอ่านอยู่ในขณะนี้ และแน่นอน บรรดาความคิดเห็นต่าง ๆ ที่ถูกร้อยเรียงเล่าผ่านตัวอักษรตามสื่อในโลกสังคมออนไลน์ก็ถือว่าเป็นวรรณกรรมอย่างหนึ่งที่บ้างก็เป็นการเสียดสี บ้างก็เป็นข้อเท็จจริง หรือการแสดงซึ่งภาวะโลกสวยของแต่ละบุคคล แค่นี้ก็คงจะเพียงพอในการแบ่งชนชั้นวรรณกรรมได้ในมุมมองของผู้อ่านในโลกยุคของโซเชียลมีเดีย

วรรณกรรมในสมัยเก่าก่อน มาจากการบันทึกคำบอกเล่าเป็นกระดาษบ้าง หนังสัตว์บ้าง ก้อนหิน ก้านไม้ หรืออะไรก็ตามที่หาได้ในเวลานั้น ๆ พอมีกระดาษ มีน้ำหมึก มีดินสอ ปากกา สมัยรุ่นเก่าก่อนก็สะบัดปากการ่างวรรณกรรม รวมข้อมูลต่าง ๆ ขึ้นมาเป็นงานวรรณกรรมในกระดาษที่ ดูมีค่า มีราคา เพราะมันดูเรียบร้อย สวยงาม น่าอ่านน่าใช้ นวัตกรรมใหม่ ๆ เกี่ยวกับการผลิตหนังสือทำให้วรรณกรรมในปัจจุบันเริ่มแพร่หลายไปยังพวกเรา ๆ ท่านผู้อ่านทั้งได้ติดตาม หรืออาจจะถึงขั้นเสพติด หรือบางคนก็ตั้งตัวเป็นผู้เขียนขึ้นมา บ้างก็ประสบความสำเร็จ บ้างก็พอถูไถก็แล้วแต่วิถีและความนิยมชมชอบของแต่ละคน หรือสังคมในสมัยนั้น ๆ

พล่ามมาตั้งนาน ... ก็คงจะสงสัย “ตาคนนี้ ... มันจะพล่ามอะไรของมัน?!” ประเด็นของเรื่องที่ผมเขียนขึ้นมาก็คือ วรรณกรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นมาในยามนี้ ต่างก็ถูกจัดชั้น แบ่งวรรณะ มาเป็นระยะเวลาช้านาน เรารู้ตัวหรือเปล่า ทำไมปัจจุบันวรรณกรรมตาใส ถึงได้รับความนิยม ทำไมวรรณกรรมที่มีการเสียดสีเสียดแทงหรือเหยียบย่ำใครทำไมถึงมีคนนิยมชมชอบ วรรณกรรมวิชาการความรู้ดูเหมือนจะมีแค่ไว้ประดับเพื่อความโก้เก๋ทรงภูมิ เพราะชนชั้นทางวรรณกรรมจากผู้อ่านทั้งหลายนั่นแหละครับ ยิ่งในยุคที่เงินมีความต้องการมากมายขนาดนี้ เงินคือสื่อในการแลกเปลี่ยนที่สำคัญ มันจะบ่งบอกได้เลยว่าวรรณกรรมถูกแบ่งชนชั้นจากผู้อ่านที่มีกำลังในการซื้อ และถูกใจถูกโฉลกกับคนอ่าน จริงหรือไม่ ?

............................................

เมื่อก่อนผมคงจะไม่เถียงว่าวรรณกรรมราคาแพงสมัยก่อน มีคุณค่าสมราคาที่จะซื้อสำหรับคนที่มีรสนิยมอย่างชาญฉลาด แต่ ณ ปัจจุบัน วรรณกรรมกับตัวเงินบางครั้งก็หาใช่จะไปด้วยกันไม่ ลงทุนแสนแพง คนซื้อเป็นหลายหมื่นเล่ม แต่หาสาระแก่นสายไม่มี ก็มีอยู่ไม่น้อย วรรณกรรมน้ำดี ราคาถูก ก็ไปอยู่ตามร้านหนังสือราคาถูก ๆ ไม่ก็ปล่อยอ่านฟรีบนโลกออนไลน์ก็มี ดูไร้ค่าไร้ราคาเสียจริง ชนชั้นของวรรณกรรมในสังคมยุคเงินกำลังจะหมุนไป (ไปไหนก็ไม่ทราบ) มันก็เป็นสิ่งที่ส่อถึงอะไรบางอย่าง ถ้าจะว่ากันไปจากการสังเกตจากการไปเดินตามร้านหนังสือ งานหนังสือ รวมถึงในห้องสมุดของสถาบันทางการศึกษาเอง พอที่จะจัดชนชั้นวรรณะของวรรณกรรมได้ดังนี้

ประเภทแรก สำหรับผู้มีอันจะกินหรือใจถึงพอที่จะจ่ายราคาของมัน เพียงเพราะความสนุกสนานหรือความสวยงามน่าหลงไหลไปกับมัน บางคนยอมที่จะต่อแถวเข้าคิวเมื่อถึงเวลาที่มันกำลังจะออก ทุ่มทุนสร้างสุดฤทธิ์เพื่อสิ่งที่รอคอย ซึ่งเห็นได้ตามร้านหนังสือหรืองานหนังสือใหญ่ ๆ เป็นต้น แต่เนื้อหาสาระมันก็คือการวนไปเวียนมาไม่กี่อิริยาบถ แต่ก็ทำให้มนุษย์หลายคนเคลิบเคลิ้มไปกับมันราวกับมีเวทย์มนต์สะกดคนอ่าน แต่นาน ๆ ไปก็วางทิ้ง นี่คือตัวอย่างของวรรณกรรมชนชั้นไม้พุ่ม

สำหรับผู้ที่ประหยัด ใช้เงินอย่างคุ้มค่าจนจะออกไปในแนวขี้เหนียว ช่างเลือกเรื่องมาก บางที่ต้องไปนั่งอ่านทบวิจารณ์หลาย ๆ สำนัก บางทีถ้ามีในที่ที่อ่านฟรีได้ก็จะไปอ่านก่อน แล้วค่อยตัดสินใจจ่ายราคา หรือรองานใหญ่ ๆ ลดเยอะ ๆ โดยวรรณกรรมฉบับนี้อาจจะเหมือนชนชั้นไม้พุ่มที่ใช้แค่ประดับสวน แต่เนื่องด้วยผ่านการคัดกรองมาอย่างดี กรองแล้วกรองอีก ไม่รู้ว่ากรองเนื้อหาหรือกรองราคากันแน่ แต่เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะเอา ติดใจ ชอบ และยินดีจะซื้อเก็บไว้เป็นวรรณกรรมชนชั้นไม้ประดับ  

บรรดาหนอนหนังสือทั้งหลายที่ชอบอ่านวรรณกรรมแนวลึกลับ สับสน พิศวง อลหม่าน เลือกแต่ละครั้งก็จะเลือกสุด ๆ แต่ก็พร้อมที่จะจ่ายราคาสุด ๆ เช่นกันหากมันเป็นสิ่งที่จ่ายแล้วมันสนุก เร้าใจ และน่าติดตาม พวกนี้คงต้องอ่านหนังสือหลาย ๆ เล่มและในหลาย ๆ รอบ ผ่านการคัดกรองเนื้อหาอย่างกับว่าตัวเองเป็นกรรมการควบคุมบทวรรณกรรม (หรือประมาณกองเซ็นเซอร์ตามสถานีโทรทัศน์ ไม่ก็กระทรวงวัฒนธรรม) แต่จะดูสดชื่นขึ้นทันทีราวกับปลากระดี่ได้น้ำ หากว่าหนังสือที่ตัวเองชอบมีการทำปกใหม่ หรือปรับปรุงรูปแบบใหม่ รีบไปซื้อมาทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีอยู่แล้วในมือ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรสำหรับวรรณกรรมไม้ดอก

แน่นอนสามชนชั้นแห่งวรรณกรรมก็จะต้องมีชนชั้นที่ดูดีขึ้นมาอีกนิด อันนี้อาจจะต้องข้ามกับใครหลาย ๆ คน เพราะมันยิ่งกว่าไม้ดอก คนอ่านก็ขี้เหนียวเยี่ยงไม้ประดับ แต่บางครั้งก็เลือกมาเหมือนเป็นไม้พุ่มประดับสวนไปอย่างนั้น แต่คนนี้ จะมองวรรณกรรมในมุมมองของกล่องดำ มันคืออะไร และมีสิ่งใดอยู่ในนั้น พยายามค้นหา ค้นมันออกมา เติมตนโน้นนิด ตรงนี้หน่อย แต่เป็นวรรณกรรมที่ให้ผลผลิตที่น่าพิศวงที่เขาติดตามมัน และได้อะไรจากมันอย่างมากมาย แม้ว่าช่วงต้นจะต้องดูแลประคบประงมราวประหนึ่งเป็นคนสำคัญ แต่เมื่อได้ควาน และค้นหามัน มันกลับแสดงความงอกงามทุกสิ่งในมุมที่เราต้องการในฐานะความเป็นชนชั้นวรรณกรรมไม้ยืนต้น  

ท้ายสุดสำหรับพวกไม่ค่อยจะลงทุน อาจจะลงแรงทั้งอารมณ์ แรงกระแทก (กับแป้นพิมพ์) อาศัยอ่านฟรีอย่างเดียวเลย แต่หารู้ไม่จริง ๆ แล้ววรรณกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านสายตาคนอ่านที่ไม่ค่อยจะลงทุน แท้จริงมันลงทุนมากกว่าที่เราคิดด้วยซ้ำ แต่ดันไม่ได้อยู่ในฐานะของคนที่จะต้องจัดการ สาระมีบ้างไม่มีบ้าง ถึงเวลาคนนิยมก็แห่แหนกันไป เล่าลือกันกระหน่ำ แต่ถ้าคนชังก็แทบจะกระทืบจมดิน มีก็ได้ทำให้ตัวเองเด่นออกมาอย่างชัดเจนเพียงพอเช่นวรรณกรรมชนชั้นดอกหญ้าริมทาง

.........................................

จากทั้งหมดที่กล่าวมา มาตราส่วนของการชั่ง ตวง วัด จากรสนิยม ความชอบ ช่วงเวลา ความพอใจ เงินตรา สภาพความคิด ต่างเป็นสิ่งกำหนดชนชั้นของวรรณกรรม ที่ถูกเปรียบเทียบไปกับต้นไม้ที่แบ่งเป็นชนชั้นต่าง ๆ เพราะมนุษย์ก็เลือกต้นไม้เช่นเดียวกับเลือกหนังสือ เลือกตามความพอใจ เลือกตามคำร่ำลือ เลือกเพราะเงินตรา เลือกเพราะสภาพความคิด หรือเพราะคุณค่า วรรณกรรมที่ถูกเลือกก็จะบ่งบอกว่าคนที่เลือกเรื่องนี้กำลังคิดอะไร หรือมีสภาพความคิดอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งคือ ชนชั้นทางวรรณกรรมมันมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ มีขึ้นและมีลง ขึ้นสูงดั่งเป็นยอดเขาเสียดฟ้า หรือต่ำกราวรูดลงเหวได้ตลอดเวลา เหมือนมนุษย์ แต่การเดินทางและการดำเนินไปมันจะมีการเหนี่ยวนำและรีรอเป็นจังหวะอยู่

ชนชั้นทางวรรณกรรม ทำให้เรารู้ว่ามุมมองของคนอ่านต่อวรรณกรรมเป็นอย่างไร แม้ว่าคนไทยจะถูกบันทึกว่าอ่านหนังสือเพียงแค่ปีละไม่กี่บรรทัด แต่ผู้จัดลำดับใช้เกณฑ์อะไรในการจัด ในทางกลับกันก็มีบางท่านสร้างวรรณกรรมปลอบใจเพื่ออวยให้กับวรรณกรรมชนชั้นพอมีราคา เพื่ออย่างน้อยจะบอกว่าวรรณกรรมเหล่าได้นั้นถูกอ่าน แม้มันจะดูไร้สาระและประโยชน์ ดังนั้นชนชั้นทางวรรณกรรม มันเป็นเพียงเครื่องมือบ่งชี้มนุษย์ในระยะเวลาหนึ่ง ๆ ที่มีปัจจัยจำนวนมาเข้ามาเกี่ยวข้องกัน แน่นอนว่าในยุคทุนนิยม การกระจัดกระจายของวรรณกรรมก็มีเป็นวงกว้างและเกิดช่องว่างระหว่างชนชั้นวรรณกรรมจากมนุษย์ที่เสพย์มันเข้าไป สิ่งแลกเปลี่ยนอันเหมาะสม อาจจะดูมากไปกับราคาชนชั้นที่มนุษย์ผู้อ่านมอบให้ แต่มันก็แค่ชนชั้นทางวรรณกรรม คงจะไปตัดสินชนชั้นทางสังคมหรือชนชั้นความเป็นมนุษย์ในยุคแบบนี้ไม่ได้ แต่มันแค่แบ่งยุคแห่งความนิยมที่เชื้อเชิญคนอ่านในสังคมก็เท่านั้นเอง 

ดังนั้นวรรณกรรมมีราคา หลากคุณค่าในยุคทุนนิยม ... เป็นการชี้ชวนให้กับมนุษย์อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายว่าเมื่อสิ่งของใด ๆ มีการแปลกเปลี่ยน ก็จะย่อมมีราคา และราคาก็จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงคุณค่าในเชิงบวกและลบ ก็คงไม่ต่างอะไรกับการจัดแบ่งชนชั้นของวรรณกรรม การพยายามแสดงตัว เชื้อเชิญ ให้มาสู่วรรณกรรมที่ถูกจัดเป็นชนชั้นเอาไว้ ให้เราสัมผัส ยลโฉมถึงความสวยงามเพียงภายนอก มากกว่าที่จะมองถึงคุณค่าข้างในที่แท้จริง ... เมื่อวรรณกรรมถูกจัดชนชั้น คุณค่าของวรรณกรรมเปลี่ยนไปตามกลไกสังคมในยุคนี้ พ.ศ.นี้  ก็มีทางเลือกเพียงสองเท่านั้นเองว่า...

มนุษย์เราจะเอื้อมมือเพื่อหยิบวรณกรรมชั้นสูงแทบเสียดฟ้า

หรือล้วงมือควานหาวรรณกรรมที่อยู่ลึกสุดของมหาสมุทร

..............................................................

Step...ล่อเป้า  ๒๐ ต.ค. ๒๕๕๕ 

แสดงความเห็น

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น.

The Classification ชวนชม... ชนชั้นวรรณกรรม

39 vote
  • ผู้แต่ง : Paitoon Muanpetch
  • หมวดหมู่ : Other
  • วันที่สร้าง : October 19, 2012 13:52
  • เรท : G (General Audiences)
  • แฟน : 0 อ่าน : 660
รายงานเนื้อหา

##