คุณกำลังอ่าน ...
แวะครั้งที่2 (ขอนแก่น) 

เราขับรถกันมาได้อีกไม่นาน ก็แวะปั๊มน้ำมันแถวๆเมืองพล เพื่อหาอาหารรองท้องกิน

เพราะระหว่างทางเราตัดสินใจกันแล้วว่าจะเข้าไปกินข้าวเย็น(ที่ดึกสักหน่อย)ที่มุกดาหารเลย

โดยมีน้าของเพื่อนคนหนึ่งจะเตรียมไว้ให้

ระหว่างที่พักกันอยู่ เราก็มีการตกลงกันเล็นน้อย ว่าจะเลี้ยวก่อนถึงขอนแก่น หรือจะขับเข้าไปทางขอนแก่นเลย

และก็ได้ข้อสรุปว่า เราจะใช้ทางเลี่ยงตัวเมืองขอนแก่น เพราะน่าจะเดินทางง่ายกว่า แต่เราคิดผิดถนัด การเดินทางครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย

**********

"อีกแล้วเหรอเนี่ย เดี๋ยวข้าจะไปตบมัน" เสียงน้อยดังขึ้นเมื่อรู้เรื่องจากผม เรื่องที่ผมกับแฟนทะเลาะกัน เพราะหึงน้อย

เรียกได้ว่าแทบจะเป็นประจำ ที่แฟนผมจะหึงน้อยเสมอ เพราะเรามักจะได้อยู่ด้วยกันเสมอ

เริ่มตั้งแต่การเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ที่น้อยกับผมได้อยู่ห้องเดียวกัน ทั้งๆที่มหาวิทยาลัยเป็นคนคละให้แท้ๆ

หรือการจับฉลากเลือกกลุ่มทำรายงาน ผมกับน้อยก็มักจะได้อยู่ด้วยกันเสมอ ไม่รู้ว่าเป็นไปได้อย่างไร

นอกจากนี้แล้ว ทั้งแฟนของผมและน้อย ต่างก็เคยฝันเหมือนๆกัน ว่าผมกับน้อยคบกัน (บังเอิญไปไหม)

จึงเป็นธรรมดาที่ 40%ของเรื่องที่ผมกับแฟนทะเลาะกัน มักจะมีน้อยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

เอาล่ะ เมื่อกี้ผมเล่าถึงตรงไหนแล้ว อ่อใช่ น้อยกำลังจะไปตบแฟนผม เพราะเราทะเลาะกัน

ถ้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็คงจะฟังเหมือนน้อยรักผมมาก(แบบเพื่อนนะ) แต่ถ้าคุณได้อ่านเรื่องราวที่ผมเล่ามา

ก็คงจะเดาได้ไม่ยาก ว่าผมและน้อยรู้สึกอย่างไร เราสนิทกันพอสมควร(อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งละ)

แต่ต้องพยายามอยู่ห่างๆกันไว้ เพื่อไม่ให้แฟนผมคิดมาก

ถ้าถามถึงเหตุบังเอิญ(และไม่บังเอิญ)ที่ทำให้แฟนผมคิดมาก

ก็คงอธิบายได้ด้วยคำพูดของเพื่อนผม ที่เคยบอกว่า

"ถ้าไม่รู้ว่าน้อยมีแฟนแล้ว และแกก็มีแฟนแล้ว พวกชั้นก็คงจะนึกว่าพวกแกเป็นแฟนกัน"

เอาละ ผมนอกเรื่องอีกแล้วใช่ไหม

คุณคงอยากรู้ว่าเหตุการณ์นี้จะจบลงอย่างไร

วันนั้นกลุ่มของเรา(7คน)มีการเคลียร์กัน (เหมือนเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติเลย)

น้อยได้เคยบอกแฟนผมไปแล้วว่า "ถ้ายังจะมีอีก จะเลิกคบกันเป็นเพื่อน จะได้สบายใจกัน"

แต่ถ้าแยกกันจริงๆ กลุ่มเราคงลำบาก อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน จะแตกกันเพราะเรื่องนี้หน่ะหรือ

บรรยากาศตึงเครียดมาก ผมไม่กล้าพูดอะไร (ในฐานะที่เป็นตัวแสบก่อเรื่อง)

แฟนผมได้อธิบายไป ว่าตัวเขาเองเป็นคนคิดมาก แล้วยิ่งผมกับน้อยสนิทกันมาก เขาก็ยิ่งคิด แต่เขาคิดเขาก็ไม่ได้อะไร มีแค่ผมที่ซักคนเขาต้องพูดออกมาว่ารู้สึกแย่เพราะเรื่องน้อย (นั่นไงละ ผมเป็นตัวแสบอีกแล้ว)

ทางด้านน้อย ก็บอกว่า รู้สึกหงุดหงิด ทั้งๆที่น้อยเองก็มีแฟนอยู่แล้ว  พอมาคิดอย่างนี้เหมือนเขาเป็นผู้หญิงหลายใจ ซึ่งก็ไม่ใช่สักหน่อย และน้อยก็สนิทกับผม การที่จะคุยกันบ่อย หรือใกล้ชิดกันมันก็เป็นเรื่องธรรมดา และยังใกล้กันน้อยกว่าที่ผมอยู่กับแฟนผมด้วยซ้ำ

หลังจากโจทก์และจำเลยได้ให้การกันเป็นที่เรียบร้อย

คณะลูกขุนก็ได้ข้อสรุป และศาลมีคำตัดสิน ให้กลุ่มเรายังคงอยู่ 7 คนเหมือนเดิม แต่ผมกับน้อยจะต้องพยายามห่างกันให้มากขึ้น "เลิกศาล"

เห้อออ และทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม กลุ่มเรายังคงไปไหนมาไหนกัน 7 คนเหมือนเดิม

มีแค่ผมกับน้อย ที่ต้องพยายามห่างกันบ้าง บางช่วงที่รู้ตัวว่ายืนติดกัน ต่างฝ่ายต่างก็เขยิบๆไปสลับที่กับคนอื่นแทน

ผมดีใจที่ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติในที่สุด (ในฐานะของตัวแสบต้นเรื่อง)

แต่พูดกันตามจริงเลยนะ

ผมเองก็รู้สึกดีกับน้อยอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่แบบแฟน

ผมชื่นชมในความกล้าหาญและเด็ดขาดของน้อยมาก

แม้บางครั้งผมก็ต้องสงสัยว่า น้อยเป็นผู้หญิงจริงๆหรือเปล่า???

แสดงความเห็น

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น.

##