คุณกำลังอ่าน ...
Love Holy Hell รักอันตรายของยัยนางฟ้าไร้ปีก 

บ้าจริง! นี่ฉันต้องมาตายที่นี่อย่างนั้นเหรอ...ป่าบ้าอะไรเนี่ย =O=

หญิงสาวนั่งพิงต้นโอ๊คใหญ่ก่อนที่จะเหลือบสายตาไปมองข้อเท้าของตนเองที่มีผ้าพันแผลพันเอาไว้ เหนือผ้าพันแผลมีเชือกเส้นเล็กมัดไว้อย่างแน่นหนา

งูบ้า! ถ้ารอดกลับไปได้นะ โรฟคนนี้จะกลับมาเผาพวกแกยกรังเลยคอยดู๊! T_T

ในใจของเธอคิดแต่จะแก้แค้นทุกสิ่งอย่างที่ทำให้เธอต้องมาประสบเคราะห์กรรมแบบนี้ หลังจากคิดด้วยความเจ็บใจแล้วเธอก็เริ่มควานหาสิ่งของที่ต้องการในกระเป๋าสัมภาระที่ตั้งไว้ข้างตัว ก่อนที่จะหยิบกระติกน้ำที่มีน้ำเหลืออยู่เพียงน้อยนิดค่อยๆยกขึ้นมาจิบช้าๆราวกับกลัวว่าน้ำจะหายวับไปกับตา ริมฝีปากซีดเซียวเริ่มจะมีสีเขียวคล้ำเล็กน้อย ดวงตาสีเขียวใสมรกตเริ่มมีอาการเหม่อลอยก่อนจะหลับตาลงช้าๆ

ไม่ได้...ฉันจะมาตายอยู่ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด! =_=

แคร่กๆ แกรกๆ  O_O

เสียงขูดขีดต้นไม้ดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลทำให้หญิงสาวลืมตาขึ้นมาช้าๆก่อนที่จะค่อยๆสอดสายตามองหาต้นเหตุของเสียงประหลาดนั้น แต่ทันทีที่สายตาของเธอไปปะทะเข้ากับต้นเหตุของเสียงก็ทำให้เธอแทบจะกรีดร้องออกมาลั่นป่า ดีที่ว่าคว้ามือมาอุดปากตัวเองเอาไว้ได้ทันการ

ช...ชิงกิอาเล่! [1] O^O’

หมูป่านับสิบตัวกำลังออกหากินกันเป็นกลุ่ม บางตัวกำลังลับคมเขี้ยวของมันกับต้นไม้ทำให้เกิดเสียงดังขึ้นมา

แง้! ใจเย็นๆ...ตั้งสติไว้โรฟ...เธอต้องรีบออกจากที่นี่ไปให้เร็วที่สุดและเงียบที่สุดนะ! TTOTT

หญิงสาวค่อยๆเก็บสัมภาระของตนอย่างเงียบเชียบและว่องไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะค่อยๆย่องออกมาจากที่ตรงนั้น

แกร๊บ OoO!

แง้ไอกิ่งไม้บ้า! มาหล่นอะไรอยู่ตรงนี้ฟะ! ขอให้ไอหมูบ้าพวกนั้นไม่ได้ยินทีเถ๊อะ

ฟืดฟาด! ฟืดฟาด!

ม...ไม่ทันแล้วง่ะ TT_TT

หญิงสาวค่อยๆหันหลังกลับไปมองช้าๆ บรรดาเหล่าหมูป่ากำลังจ้องเขม็งมาที่เธออย่างไม่ละสายตา พร้อมกับที่บางตัวส่งเสียงหายใจฟืดฟาดดังออกมาและใช้กีบเท้าตะกุยดินแรงๆ

แง...พ่อจ๋าแม่จ๋า พี่เรย์ ช่วยหนูด้วย...อึก! O^O

เพราะความตื่นเต้นทำให้ให้หัวใจเต้นแรงและสูบฉีดเลือดเร็วขึ้น ทำให้พิษของงูที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกายไหลไปทั่วตัวเร็วขึ้น เสมือนภาพสโลว์โมชั่น ร่างของเธอค่อยๆร่วงลงช้าๆพร้อมกับที่เหล่าหมูป่าที่วิ่งเข้ามาเตรียมปะทะ

โคตรน่าอายเลย...นี่ฉันต้องมาตายสภาพนี้จริงๆใช่มั้ยเนี่ย....ลาก่อนนะพ่อจ๋าแม่จ๋า พี่เรย์  ToT

เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง

“เฮ้ย! นี่เธอ!”

ใครน่ะ...เสียงใครกัน...แล้วทำไมมันมืดไปหมดอย่างนี้ล่ะ

แล้วทุกอย่างก็เงียบสงบ ไร้ซึ่งสรรพเสียงและสิ่งใดๆ

เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ

เสียงฟืนที่แตกปะทุทำให้หญิงสาวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ เธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะมีคนเปลี่ยนเสื้อให้เธอเป็นตัวใหม่แต่ยังคงใส่กางเกงขาสั้นตัวเดิมอยู่ และมีผ้าห่มมาคลุมตัวไว้ เธอค่อยๆลุกขึ้นนั่งช้าๆก่อนที่จะมองสำรวจไปยังบริเวณรอบๆตัวเอง

“นี่ฉัน...ยังไม่ตายใช่มั้ยเนี่ย”

“sí [2]

มีเสียงตอบดังมาจากด้านหลังทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ก่อนที่จะค่อยๆหันหลังกลับไปมองช้าๆ ชายหนุ่มผมสีเงินนัยน์ตาสีน้ำเงินกำลังมองมาที่เธออย่างเย็นชาและพินิจพิจารณา

“น...นายเป็นคนช่วยฉันไว้ใช่มั้ย...ถ...ถ้างั้นก็หมายความว่า...คนที่เปลี่ยนเสื้อให้ฉันก็คือ...น...นายสินะ!...ก” OoO!

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้กรีดร้อง Colt King Cobra สีดำเงาก็ถูกดึงขึ้นมาอยู่ในมือของชายหนุ่ม ปากกระบอกชี้ตรงมาที่หญิงสาว พร้อมกับทำสัญญาณจุ๊ปากเบาๆเป็นการเตือน

“อ่าฮะ...เป็นเด็กดีจริงๆ” ^_^

แง้! ก็เล่นเอาปืนมาจ่ออยู่ตรงหน้าใครมันจะไปร้องออกฟะ! TOT

“พวกซากราโด้[3]นี่ก็แปลก...ยังไม่ทันได้พูดอธิบายอะไรก็จ้องจะโวยวายเอาไว้ก่อน น่ารำคาญจริงๆ...แต่ก็นะ...ไม่คิดว่าตัวเล็กๆอย่างเธอก็จะมีดีเหมือนกัน” ^O^

โฮ! อีตาบ้า...ถือวิสาสะเปลี่ยนเสื้อให้แล้วยังจะมาวิจารณ์อะไรรูปร่างช้านนน =[]= เอ๊ะเดี๋ยวนะ...เมื่อกี้หมอนั่นเรียกฉันว่าพวกซากราโด้งั้นเหรอ...ภาษานั่นมัน!

“น...นาย”

“หืม...มีอะไรงั้นเหรอ”

“อ...อินเฟอโน*...ใช่มั้ย”

ชายหนุ่มแสยะยิ้มพร้อมกับลูบไกปืนอย่างน่าหวาดเสียวที่สุด

“หึ...อินเฟอโนงั้นเหรอ...ไม่ใช่หรอก”

หญิงสาวแอบถอนหายใจเบาๆแต่ก็ต้องแทบจะสูดเอาลมหายใจที่พ่นออกไปเมื่อกี้กลับเข้ามาอย่างไวเพราะคำพูดต่อมาของชายหนุ่ม

“แต่ว่าเป็นอินเฟียโน*ชั้นปีที่สี่ต่างหากล่ะ”

แง่งงงง...มันก็เหมือนกันป่าวว้า...แถมยังเป็นรุ่นพี่ปีสี่ด้วย...จะโดนฆ่าทิ้งมั้ยเนี่ยเรา -_-;

“แล้วเธอล่ะ”

หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนอีกฝ่ายย้อนถามกลับมาที่ตัวเอง

“ซ...ซานโต้[4]ปีหนึ่ง...ค...ค่ะ” =_=

“หืม...รู้สึกว่าจะมีหางเสียงเพิ่มขึ้นมานะยัยน้อง!”

กร๊าซซซซซซซ! ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะวะคะว่านายเป็นรุ่นพี่น่ะ OoO แล้วเมื่อไหร่จะเก็บปืนสักที มันเสียวนะว้อยยยย =O=

“มีอะไรรึเปล่า...ทำไมฉันรู้สึกว่าหน้าเธอเหมือนจะมีปัญหาอะไรซักย่างกับฉันเลยนะ”

หลายอย่างเลยล่ะ พูดให้ถูก -_-‘

“ป...เปล่าค่ะ...ไม่มีอะไร แหะๆๆ”

ถ้าขืนรู้ว่ามีปัญหาอะไรฉันก็ได้กลายเป็นศพอยู่ตรงนี้น่ะเซ่! T_T

“อืม...แล้วตำแหน่งล่ะ”

“ง่า...ทำไมรุ่นพี่ถึงอยากรู้ด้วยล่ะคะ”

“หืม...รู้สึกว่าฉันจะเป็นคนตั้งคำถามนะ ไม่ใช่เธอ” กระบอกปืนเริ่มชี้มาทางเธออีกครั้ง =O=

“Aiutante di campo[5]...” หญิงสาวพึมพำออกมาเบาๆ

“โฮ่! เป็นแค่ยัยน้องปีหนึ่งแต่คว้าตำแหน่งนี้มาได้เลยนี่นะ ดูท่าสมองของเธอคงจะไม่ธรรมดาจริงๆแฮะ...แล้ว...ชื่อล่ะ”

“ขออนุญาตนะคะ...รบกวนรุ่นพี่ช่วยเก็บปืนไปก่อนได้มั้ยคะ...หนูละเสียวมันลั่นจริงๆ” O[]O

“อ้อ...ไอ้นี่น่ะเหรอ...มันไม่มีลูกอยู่ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ” ชายหนุ่มพูดอย่างไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่พลางปลดเอาโม่ปืนมาเขย่าให้ดูว่าปราศจากลูกกระสุนอย่างแน่นอน

กว๊ากกกกก! ฉันขอถอนคำพูดที่เคยพูดไปตั้งแต่ต้น อยากจะลุกขึ้นกระโดดกัดคอผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี่เหลือเกิน ปืนไม่มีลูกก็น่าจะบอกกันตั้งแต่แรกก่อนสิว้อยยยย! =_=;

“ฉัน...เอ่อ...หนูชื่อโรวิเลียค่ะ โรวิเลีย แกรนด์ แม็กซีฟ”

“เธอ! เป็นอะไรกับเรย์มิงตัน ชาร์ล แม็กซีฟ”

“อ๊ะ! พี่รู้จักพี่เรย์ด้วยเหรอคะ...เค้าเป็นพี่ชายหนูเองแหละค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มแสยะกว้างกว่าเดิม

“หึ! ฉันไม่แปลกใจละว่าทำไมเธอถึงได้ตำแหน่งนี้มา...”

“อ...เอ๋! ทำไมล่ะคะ” O.O

“ช่างเถอะ...เธอไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”

อะไรของตานี่อีกล่ะเนี่ย! พูดทิ้งไว้ให้อยากรู้แล้วปล่อยผ่านไปมันค้างคานะเฮ้ย =_=;

“ว่าแต่เธอเข้ามาทำอะไรในป่านี้กันล่ะ แล้วทำไมถึงได้มาคนเดียวอย่างนี้”

“อ่อ...ความจริงหนูก็ไม่ได้เข้าป่านี้มาคนเดียวหรอกค่ะ มากับเพื่อนๆอีกสี่คน พวกเราเข้ามาสำรวจพื้นที่ป่าเพื่อจะใช้จัดกิจกรรมสัปดาห์หน้าค่ะ ก็สำรวจกันได้แค่สองวันไอ้เลโอ...เอ่อเพื่อนหนูน่ะค่ะ มันดันไปเขวี้ยงก้อนหินโดนรังผึ้งแตก =_= ก็เลยเตลิดหนีกันไปคนละทิศละทางจนหนูหลงมาเจอกับพี่นี่แหละค่ะ”

“อ่อ...มิน่าล่ะ เธอหลงป่าไปทั่วจนไม่รู้เลยสินะว่าได้ก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตป่าของพวกเรา จนโดนพวกอันเดรส[6]ที่พวกเราปล่อยไว้เฝ้ารักษาอาณาเขตกัด แล้วก็ซมซานมาเจอกับหมูพวกนั้นอีก”

แง! พูดได้ถูกมากค่ะ T_T ว่าแต่พวกแกนึกยังไงเอางูมาเฝ้าอาณาเขตแว้! O[]O

“แล้วนี่ออกมาสำรวจป่าอะไรไม่มีพกอาวุธมาป้องกันตัวเลย ฉันชักเริ่มคิดแล้วสิว่าไอตำแหน่งเธอเนี่ยจับฉลากได้มาชัวร์ๆเลย” J

หยาบคายที่สุด! ถึงฉันจะไม่ได้สวยอะไรมากแต่สมองฉันไอคิว300นะยะอีตาบ้า!

“ถ้าไม่ได้อยู่ในระดับคาวาเลีย[7]พวกเราก็ไม่มีสิทธิ์พกพาอาวุธออกมานอกปราสาทหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาพวกเราออกมาปฏิบัติภารกิจนอกปราสาทจึงออกมาเป็นกลุ่ม โดยในกลุ่มก็จะมีคาวาเลีย2คนค่ะ”

“เฮอะ! พวกนี้ดูท่าจะประหลาดกันแทบทุกคน อย่างนี้ถ้าไม่มีคนคุ้มกันออกติดตามมาด้วยก็ไม่ต้องทำอะไรมันแล้วน่ะสิ...ง่อยกินกันหมดแล้วมั้ง!”

กรี๊ด! หยาบคายที่สุด แต่มันก็จริงอย่างที่เค้าว่าอะนะ -0- นี่พวกเรากลายเป็นพวกอัมพาตกินแล้วรึไงเนี่ย โฮๆๆ TT__TT

“แหะๆ คงจะเป็นอย่างงั้นมั้งคะ”

ริมฝีปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะตีสีหน้าขรึมกลับอย่างรวดเร็วพร้อมกับแกล้งทำเป็นกระแอมออกมาเสียงดัง

“แล้วนี่เธอจะทำยังไงต่อล่ะ ”

“ก็คงต้องหาทางกลับไปที่เขตของหนูให้ได้ล่ะคะ เพราะหนูคิดว่าเจ้าเพื่อนตัวแสบพวกนั้นก็คงกลับไปที่ปราสาทกันได้แล้วเพราะแผนที่ของป่านี้ก็อยู่ที่พวกนั้น หนูก็กะว่าจะไปรอที่ชายเขตแดนแล้วก็ให้ดิเฟนซอเร[8]พากลับไปที่ปราสาทค่ะ”

“จะไปยังไงล่ะ สภาพอย่างเนี้ยน่ะเหรอ ตาก็คล้ำ ปากก็ซีด ผมก็กระเซิง รองเท้าก็ไม่มี แรงแบกเป้มีรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”

โฮ! ตาบ้านี่รู้ทุกเรื่องเลยง่ะ พูดแทงใจดำชะมัดToT อ๊ะ!

จู่ๆชายหนุ่มก็เดินมานั่งยองๆตรงหน้าหญิงสาว แล้วเอามือแตะที่บริเวณหน้าผาก

“รุ่นพี่...จะทำอะไรคะ”

อยู่นิ่งๆก่อนซิ ฉันจะดูว่าเธอยังมีไข้อยู่รึเปล่า”

หญิงสาวนั่งกะพริบตาปริบๆพร้อมกับจ้องหน้าชายหนุ่มที่ใช้มือแตะไปที่หน้าผากและซอกคอของเธอ

ตึกตัก ตึกตัก

อร๊าย! อย่ามาทรยศกันตอนนี้นะหัวใจจ๋า =0= ไม่น่าเชื่อเหมือนกันแฮะว่าพวกอินเฟอโนก็จะมีน้ำใจเหมือนกัน นึกว่าวันๆก็จ้องแต่จะหาเรื่องฆ่าๆๆ! นี่นึกแล้วก็ยังเสียวอยู่เลยนะเนี่ย บรื๋ออ Y^Y

“ฉันคิดว่า...เธอน่าจะไข้ขึ้นอีกแล้วล่ะมั้ง ดูสิ นอกจากตัวจะร้อนแล้วหน้ายังแดงด้วยนะ”

อ๊ากกก! หยุดๆหยุดแดงเดี๋ยวนี้นะ O.O แกจะทำให้พี่เค้าจับได้ว่าแกกำลังเขินอยู่นะ!

ชายหนุ่มควานหาของในกระเป๋าสัมภาระก่อนจะหยิบผ้าสะอาดผืนหนึ่งขึ้นมา จากนั้นก็เทน้ำจากกระติกน้ำใส่ผ้าแล้วบิดพอหมาดๆนำมาเช็ดบริเวณใบหน้าและลำคอของหญิงสาว โดยที่หญิงสาวได้แต่นั่งมองตาแป๋ว

“เอาล่ะยื่นแขนมา”

หญิงสาวยื่นแขนให้ชายหนุ่มเช็ดอย่างว่าง่ายโดย ไม่ปริปากบ่นสักคำ หลังจากเช็ดตัวเสร็จชายหนุ่มก็ส่งกระติกน้ำให้หญิงสาวพร้อมกับยาลดไข้ หญิงสาวรับมาแต่กระติกน้ำแต่ไม่ยอมรับยาลดไข้มาด้วย

“หืม...ทำไมไม่เอายาไปกินด้วย”

“คือว่า พอดีเป็นคนกินยายากค่ะ เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ค่อยถูกชะตากับการฉีดยา กินยา ให้น้ำเกลือ สารพัดเรื่องราวที่ต้องเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลหรือคลินิก”

“อย่างนี้นี่เอง...ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องกินก็ได้ แต่คืนนี้ระวังอาการจะทรุดล่ะเพราะว่าป่าแถบนี้อากาศตอนกลางคืนมันหนาวจัด”

ชายหนุ่มตั้งท่าจะหันไปเก็บยาใส่กระเป๋าแต่ด้วยความรวดเร็วเขาหันกลับมาบีบจมูกหญิงสาวแล้วง้างปากของเธอกรอกยาลงไปแล้วตามด้วยน้ำอีกหลายอึก O.O!

“อ่อกๆ...แค่กๆ กึนลงไปแล้ว! ป่อยตะหมูกหนูได้แล้ว มันหายใจไม่ออกว้อย! (กลืนลงไปแล้ว ปล่อยจมูกหนูได้แล้ว มันหายใจไม่ออกว้อย!)”

ชายหนุ่มยอมปล่อยจมูกของหญิงสาวก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาชุดใหญ่ หัวเราะจนปวดท้องจนต้องลงไปนั่งกุมท้องอยู่กับพื้น

“มันไม่ตลกนะเฮ้ย! ถ้าเกิดฉันตายขึ้นมาจะว่ายังไงเล่าไอ้บ้า ไอ้เฮงซวยเอ๊ย!” []=[]

“เฮ้ยขอโทษๆ ก็ไม่คิดว่ามันจะตลกขนาดนี้นี่หว่า ฮะๆ”

“ให้ตายเถอะ! นี่มันวิธีการป้อนยาบ้าบออะไรของนาย จะทำให้ฉันกลายเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ที่นี่รึไงหา!”

“เอาน่ะๆ ฉันก็ขอโทษเธอไปแล้วไง”

ชายหนุ่มพยายามบังคับตัวเองให้หยุดหัวเราะแล้วกระแอมเสียงดังพร้อมกับกลับมาตีหน้าขรึมเย็นชาเหมือนเดิม

“จะว่าไป ฉันว่าตอนที่นายหัวเราะฉันเมื่อกี้ ฉันคิดว่านายดูดีมากเลยนะ ทำไมกลับมาทำหน้านิ่งขรึมแบบเดิมอีกแล้วล่ะ”

“อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน แต่เอ๊ะ! รู้สึกสรรพนามการเรียกของเธอจะเปลี่ยนไปอีกแล้วนะ”

อะไรของอีตานี่! ถามดีๆก็มาตะคอกใส่ซะงั้น ไม่อยากรู้ก็ได้โว้ย!

หญิงสาวทำหน้าตาบูดบึ้งก่อนจะชักสีหน้าใส่ชายหนุ่มแล้วหันไปตอบกลับด้วยความหงุดหงิด

“ไม่นับถงนับถือมันแล้ว ถ้าจะฆ่ากันขนาดนี้ก็อย่ามาทำดีให้กันเลยดีกว่า ฉันไม่น่าหลงไปคิดเลยว่าพวกอินเฟอโนอย่างนายก็มีน้ำใจให้กับคนอื่น จริงๆแล้วมันก็แค่การแสดงละครเสแสร้งดีๆนี่เอง”

พูดจบหญิงสาวก็คว้าผ้าห่มมาคลุมโปงแล้วล้มตัวลงนอนหันหลังให้ชายหนุ่มอย่างรวดเร็วไม่เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มได้แก้ตัวหรือพูดอะไรเลย ชายหนุ่มนั่งเกาหัวตัวเองแกรกๆก่อนมองร่างที่คลุมโปงหันหลังให้อย่างงงๆ

“ฉันทำอะไรผิดล่ะเนี่ย แค่จะให้เธอกินยาแค่เนี้ยต้องโกรธอะไรนักหนา...น่าหงุดหงิดจริงๆ ฆ่าทิ้งซะดีมั้ยเนี่ย!”

ชายหนุ่มส่ายหัวก่อนจะถอยหลังกลับไปนั่งพิงต้นไม้ข้างกองไฟ ปลดโม่ปืนออกแล้วเริ่มบรรจุกระสุนเข้าไปทีละนัดอย่างใจเย็นพลางสอดส่ายสายตาไปรอบๆบริเวณที่พักอย่างระแวดระวังก่อนที่สายตาจะมาหยุดกับร่างที่คลุมโปงอีกรอบ เขาค่อยๆถอนหายใจออกมายาวๆก่อนที่จะหลับตาลงช้าๆ

                เช้าวันต่อมา

หญิงสาวค่อยๆงัวเงียลุกขึ้นมาจากที่นอน ก่อนจะสอดสายตามองไปรอบๆบริเวณที่พัก เศษขี้เถ้าจากกองไฟยังคงอุ่นๆอยู่แต่ปราศจากวี่แววของชายหนุ่มที่เธอทะเลาะด้วยเมื่อคืน

“อีตาบ้านั่นหายไปไหนอีกล่ะเนี่ย! ”

โครม!

หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันกลับไปมองต้นเสียงก็พบว่าชายหนุ่มกำลังโยนท่อนฟืนที่ไปหามาจากในป่าก่อนที่จะหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึกแตกต่างจากเมื่อคืน

“ตื่นได้สักทีนะ นึกว่าจะถูกไข้ป่าเล่นงานจนตายไปแล้วซะอีก”

“ปากเสีย! นี่นายจะไม่พูดดีกับฉันบ้างเลยรึไงฮะ”

“มันหมดเวลาของการพูดดีๆด้วยกับคนอย่างพวกเธอไปตั้งแต่ที่เธออารมณ์เสียใส่ฉันตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”

ชะ! อีตานี่มีงอนแฮะ J ช่วยไม่ได้ ก็ใครใช้ให้นายมาทำเรื่องบ้าๆกับฉันเองทำไมล่ะ

ชายหนุ่มละสายตาจากหญิงสาวก่อนที่จะหันกลับไปจัดการกับกองฟืนที่ตนขนมาแล้วเริ่มทำให้กองไฟที่มอดลงไปติดขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวได้แต่จับจ้องการกระทำของชายหนุ่มโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมาอีก หลังจากที่กองไฟลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งชายหนุ่มก็ตั้งกาน้ำบนกองไฟ ทันทีที่เห็นชายหนุ่มตั้งกาน้ำ หญิงสาวก็รีบถามขึ้นมาทันที

“เฮ้นาย! แถวนี้มีลำธารมั้ย”

“อืม”

“แล้วมันไกลมั้ย ไปทางไหน”

“ไม่ไกล ตรงไปทางราวป่าด้านหน้าอยู่ซ้ายมือ”

ไอ้หมอนี่! ถามคำตอบคำเลยแฮะ =_=’ เชอะ ไม่ง้อนายก็ได้ ดีจังจะได้อาบน้ำสักที ^o^

หญิงสาวค่อยๆคลานออกจากผ้าห่มเพื่อไปรื้อของที่ต้องการในกระเป๋าสัมภาระของตัวเอง ก่อนที่จะเขย่งเท้ากระโดดไปตามทางที่ชายหนุ่มบอก

แง้ ถ้ามีรองเท้าก็ดีสิ จะได้ไม่ต้องกระโดดไปตามทางแบบนี้ TT__TT จะขอยืมรองเท้าอีตานั่นก็ไม่กล้า ช่างมัน!

หลังจากที่กระโดดมาตามทางด้วยความลำบาก หญิงสาวก็มาถึงลำธารกว้างริมชายป่า

“โหย...ถ้ากว้างขนาดนี้ไม่ใช่ลำธารแล้วมั้ง นี่มันแม่น้ำชัดๆ!” =0=

เอ๊ะเดี๋ยวนะ! ถ้านี่เป็นแม่น้ำก็หมายความว่า ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำก็เป็นอาณาเขตของเราน่ะสิ เย้!

หญิงสาวตื่นเต้นดีใจสักพักก่อนก่อนที่จะยิ้มค้างเมื่อนึกขึ้นได้ถึงสถานการณ์และความเป็นจริงที่ตัวเองกำลังประสบอยู่ ณ ตอนนี้

ถึงจะรู้ว่าฝั่งตรงข้ามเป็นอาณาเขตตัวเองแล้วทำอะไรได้ฟะ! จะว่ายน้ำข้ามไปน้ำก็เชี่ยว ถึงข้ามไปได้ก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงตำแหน่งไหนอยู่ดี T_T เอาฟะ! อยู่ฝั่งนี้ไปก่อนก็ได้ คอยดูนะกลับไปที่ปราสาทได้เมื่อไหร่จะให้พี่เรย์มาจัดการพวกนี้ให้ราบเลยคอยดู๊!

หญิงสาววางสัมภาระที่นำติดตัวมาด้วยวางไว้ที่โขดหินริมแม่น้ำก่อนที่จะสอดส่ายสายตาสำรวจไปทั่วๆบริเวณรอบๆตัว

“หวังว่าคงจะไม่มีตัวอะไรโผล่มาแถวนี้อีกนะ =_=’ นึกถึงเจ้าพวกหมูป่าพวกนั้นแล้วยังสยองไม่หาย”

เธอค่อยๆถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นแล้ววางรวมไว้กับสัมภาระที่ขนมาก่อนที่จะค่อยๆหย่อนตัวลงแม่น้ำช้าๆ หญิงสาวค่อยๆหลับตาลงช้าๆแล้วพิงหลังกับโขดหินใหญ่ปล่อยให้สายน้ำชำระล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามกายออกไป สักพักเธอก็ลืมตาโพลงเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้

ให้ตายสิ! ร่างกายที่อุตส่าห์เก็บสงวนไว้เป็นเวลา15ปีนอกจากเพื่อนของพี่เรย์คนนั้นแล้วก็ไม่เคยมีใครได้เห็นเลยนะ แล้วอีตาบ้านั่นเป็นใครมาถือวิสาสะเปลี่ยนเสื้อให้ช้าน! แง้!

นึกแล้วเธอก็อยากจะเอาหัวไปโขกกับโขดหินให้ตายคาที่เสียตรงนั้น จากนั้นเธอก็เริ่มสำรวจร่างกายของตัวเองอีกครั้ง นอกจากแผลขีดข่วนเล็กน้อยตามแขนและขาแล้วก็รอยงูกัดนอกนั้นก็ไม่มีอะไรที่เป็นร่องรอยสาหัสมากนัก สำรวจไปสักพักเธอก็ไปสะดุดกับรอยแผลเป็นใหญ่ที่เป็นรอยยาวไปถึงด้านหลัง หญิงสาวค่อยๆใช้มือลูบไปที่บริเวณแผลเป็นนั้นก่อนที่สายตาจะเหม่อลอยนึกไปถึงเรื่องในอดีต

 

 

แสดงความเห็น

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น.

Love Holy Hell รักอันตรายของยัยนางฟ้าไร้ปีก

5 vote
  • ผู้แต่ง : Sonatamig
  • หมวดหมู่ : Fiction
  • วันที่สร้าง : March 07, 2016 19:22
  • เรท : G (General Audiences)
  • แฟน : 0 อ่าน : 85
รายงานเนื้อหา

##